ล่องเรือคลองร้อยสาย ไปนอนสบายดี ณ แม่น้ำตาปี สุราษฎร์ธานี

ทุกคนรู้มานานแล้วว่า “เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ” ว่าคือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่มาถึงปัจจุบัน สุราษฎร์นีไม่ได้มีแค่ร้อยเกาะ ยังมีเขาสกเพิ่มเข้ามาในลิสท์ มีสวนโมกข์สำหรับคนอยากไปปฏิบัติธรรมอีก ถ้ารู้แค่นี้ก็จะไม่สนุกหรอกนะ จะบอกว่า สุราษฎร์นีไม่ได้มีแค่ที่ว่ามา และไม่ใช่แค่การเดินทางโดยเครื่องบินโลว์คอร์สราคาหลักร้อยก็ไปถึง

ถามจริง! ไม่เบื่อการเดินทางแบบสำเร็จรูปตามใคร ๆ ไปแล้วก็มาโพสท์โชว์ ภาพเดียว มุมเดียว วิวเดียวกัน มั่งหรือคะ บางคนอ้างงบน้อย นั่นไม่ใช่แล้วหละ เพราะเดี๋ยวจะพาไปแบบงบน้อยกว่าสนุกกว่า…คือร้อยเกาะไปแล้ว ลองมาคลองร้อยสาย แห่งแม่น้ำตาปีกันบ้างดีกว่า

การเดินทาง


 ใครรักสบาย ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ก็บินไปกับโลว์คอสเลยค่ะ แต่ถ้าอยากลองอะไรใหม่ ๆ เรื่อยเปื่อย ละเลียดอารมณ์ริมทางไปเรื่อย ๆ โปรแกรมนี้ขอแนะนำ รถไฟไทย ค่ารถไปกลับ 1,336-1,536 บาท (ราคาต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของตู้พัดลมหรือตู้แอร์ และเตียงล่างหรือเตียงบน) 

Bed & Breakfast


มีที่พักริมคลองร้อยสายทั้งแบบรีสอร์ทและโฮมสเตย์ วันที่เราไปพัก เราถูกใจที่พักเล็ก ๆ ใกล้คลอง ใกล้เกาะลำพูแบบเดินไปได้ แต่พนักงานใจดีพาซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปส่งลงเรือเที่ยวคลอง ที่พักแห่งนี้ ห้องกว้าง สวย ราคาถูกมาก และเราเลือกนอนห้องริมบึงเล็ก ๆ บรรยากาศดี มีระเบียงหลังห้องริมน้ำ ราคาคืนละ 550 บาท เท่านั้นเอง 

 Sabye D resort at Surat ชื่อธรรมดา สบายดีรีสอร์ท ไปพักแล้วสบายดีจริง ๆ นะ คือห้องกว้างกว่าห้องพักราคาหลักพันหลายห้องเลยด้วย ห้องริมน้ำราคา 550 บาท สำหรับ 2 คน จริง ๆ นอนได้เกิน 2 คน เพราะมีโซฟาตัวยาวและใหญ่มากริมหน้าต่าง นอนนุ่มๆสบายดีเลย

การจัดบรรยากาศภายในก็ดูน่ารัก แม้ห้องจะอยู่ติด ๆ กัน แต่ก็มีความเป็นส่วนตัวมาก ปากทางเข้ามีมินิมาร์ทที่พึ่งของนักท่องเที่ยวตลอดกาลอย่าง 7-11 อยู่ตรงทางเข้าเลย หิวอะไรก็แวะมานะจ๊ะ 

     ห้องริมน้ำจะเดินเข้าไปจนสุด จึงส่วนตัวมาก มีศาลาริมน้ำใกล้ๆห้องให้ไปนั่งเล่น อันนี้น่าจะเหมาะกับกลุ่มใหญ่ที่มาพักกันหลายห้อง แต่ร้อน ๆ อย่างนี้เปิดม่านในห้องนั่งชิลก็ สบายดีนะ จริง ๆ ใครอยากมาใช้ห้องแบบไม่ต้องริมน้ำก็ได้ ก็จะมีห้องพักด้านในที่ราคาถูกกว่า แต่การตกแต่งน่าจะใกล้เคียงกันด้วย…แต่แหม 550 บาท ได้ห้องริมน้ำ ก็เอาเถอะนะ มันคุ้มและมันชิล มันเก๋มากเลย นอน ๆ กิน ๆ คงไม่ใช่ ไปต่อกันเถอะ…..

 เรามีโปรแกรมลงเรือเที่ยว คลองร้อยสาย ที่ชื่อคลองร้อยสายเพราะเป็นคลองที่แยกออกจากแม่น้ำตาปีหลายสายมาก ไม่รู้จะถึงร้อยสายไหม แต่เยอะมากจริง ๆ แยกไปหลายคลอง หลายบ้าน หลายตำบล สองข้างทางก็เพลินมาก ไม่ร้อนเลย มีบ้านเก่า ๆ ให้ดูและต้นจากที่โอบปิดเป็นช่วง ๆ ก็ทั้งสวย ทั้งลี้ลับ และไม่โดนแดด เรานั่งเรือไปคนเดียว วังเวงยิ่งนัก และก็ได้อารมณ์ที่ชอบมาก เพราะไม่ต้องมีเพื่อนชวนเม้าท์ให้ลืมชิล 

    เหมาเรือไปคนเดียว อย่าคิดว่าเปลือง เพราะทั้งลำ ได้ 5-6 คน สบาย ๆ จ่ายไปแค่ 350 บาท ไปคนเดียวก็ 350 เพราะฉะนั้น ไม่แพง และบอกว่ามันช่างคุ้มแม่จะไปคนเดียว คุณพี่หรือคุณน้าที่พาไปก็เต็มไปด้วยความรู้อัดแน่น บรรยายความรู้เกี่ยวกับคลองร้อยสายไปตลอดทาง พอเราจะถ่ายรูปตรงไหน ก็รีบเบาเรือให้เก็บภาพ 

     พอผ่านตรงที่เขาเลี้ยงหอยนางรม…เออเนอะ เมืองนี้หอยใหญ่ นี่นา อยากได้หอยใหญ่สัก 4-5 ตัว กับน้ำจิ้มแซ่บ เบียร์เย็นเฉียบจริงๆ คุณพี่คนขับเรือบอกที่บ้านก็เลี้ยงหอย เอาไปกินได้ ว้าว….แต่เวลาไม่พอนี่สิ อดเลย 

ล่องเรือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าก็จบทริป แต่เพลิน บอกเลย เรือขับไปช้า ๆ น้ำใสมาก แม้บางช่วงจะมีขยะพัดพามา เป็นเรื่องปกติธรรมดา ในยุคที่แพคเกจจิ้งใบตอง ใบบัว ใบจาก ได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นขยะโมเดิร์นอย่างพลาสติกและกระดาษ บางอย่างถูกออกแบบมาเสียสวย ราคาแพง แต่ใช้เสร็จปุ๊บ ลงขยะปั๊บ..เพื่อ??? ฝากไว้คิดนิดนึงสำหรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่อย่างเราๆ 

     การล่องเรือคลองร้อยสายที่ดีที่สุดคือยามเย็นถึงค่ำเพื่อไปดูหิ่งห้อย เราจะพบกับต้นลำพูต้นใหญ่มาก สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านลงมาในคลอง บรรยากาศก็เงียบสงบกว่าคลองแถวอัมพวามากด้วย น่าจะเห็นหิ่งห้อยเยอะอยู่ แต่เราไปกลางวัน หิ่งห้อยจึงหลบหน้าหลบตากันไปหมด

     หากอยากล่องเรือคลองร้อยสาย ก็สามารถติดต่อที่ฟร้อนท์ของสบายดี รีสอร์ท ได้เลย ไม่มีชาร์จเพิ่ม นี่มีพาไปส่งลงเรือที่เกาะลำพูด้วยนะ น่ารักที่สุด ขากลับเดินกลับเอง เพลิน ๆ สนุกดี ไม่ได้ไกลมาก แต่ถ้าล่องเรือตอนกลางคืน ลองถามที่ฟร้อนท์นะคะว่าให้รถของรีสอร์ทมารับได้ ไม่แพงมาก เพราะขนาดรับ-ส่ง เข้าเมือง ยัง 50 บาท ต่อเที่ยวเลย (ไม่ใช่ต่อคนนะ) 

จากสถานีรถไฟ มาสบายดีรีสอร์ทยังไงให้ประหยัด


ง่ายมาก เดินลงรถไฟชิล อย่าไปสนใจแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มาคอยถามไถ่ ห่วงใย ว่าจะไปไหนลำบาก มีรถบัสสีส้ม เขียนว่า “พุนพิน-สุราษฎร์” จอดรออยู่ ขึ้นไปเลย ไม่ถึง 20 บาท ลงตรงศาลหลักเมือง แล้วหาพี่วิน หรือเดินเองอย่างเรา ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำไป เจอ 7-11 อยู่ติดกับป้าย Sabye D resort 

     ถ้าไม่อยากแค่นอนชิล ไปไหนต่อดี ก็ให้รถของรีสอร์ทไปส่งในเมือง 50 บาท ตอนเย็น ๆ จะมีตลาดน่าเดิน ของกินมากมี หรือถ้าขี้เกียจหนักมาก ริมแม่น้ำตาปีใกล้กับที่พักก็มีร้านอาหารริมน้ำน่านั่งหลายร้าน อาหารอร่อยเลย แนะนำ 2 คืน ที่สบายดี เดินทางโดยรถไฟ มาคำนวณกันดูซิ ว่าหมดไปทั้งสิ้นกี่บาท ถ้าเดินทางคนเดียว

www.000webhost.com